คณะผู้เข้าร่วมโครงการ Dharmniti Key Staff 2025 ตัวแทนจากบริษัทในเครือธรรมนิติ ทั้ง 17 ท่าน เปิดประสบการณ์ เดินทางไปทัศนศึกษา ณ ฮ่องกง 4 วัน 3 คืน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งช่วงที่เดินทางไปนั้น เป็นช่วงไฮซีซั่นบรรยากาศดี อากาศเย็นสบาย ได้ชมวิวของฮ่องกงท่ามกลางสายหมอก ทำให้เหล่าคณะ Key Staff เดินเที่ยวชมกันได้อย่างเต็มที่ ไปดูกันดีกว่า ว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่ไปนั้นมีอะไรกันบ้าง
เริ่มต้นเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง จากสนามบินฮ่องกง ด้วยรถบัส A21 โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 45 นาที
Hong Kong Palace Museum สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมระดับโลก
พิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกงถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดของผู้ที่ชื่นชอบศิลปะและวัฒนธรรม และยังเป็นขุมทรัพย์แห่งโบราณวัตถุหายาก โดยเฉพาะคอลเล็กชันเครื่องสังคโลกจีน รวมไปถึงผลงานศิลปะระดับโลกกว่า 900 ชิ้น จากพิพิธภัณฑ์พระราชวังในกรุงปักกิ่ง (Palace Museum in Beijing) หรือที่รู้จักกันดีในนามของ “พระราชวังต้องห้าม” มาจัดแสดง ถือเป็นการส่งมอบครั้งยิ่งใหญ่และมีมูลค่ามากที่สุดที่พิพิธภัณฑ์พระราชวังในกรุงปักกิ่งเคยมอบให้แก่สถาบันทางวัฒนธรรมนอกจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่มีมา
นอกจากของล้ำค่ากว่า 900 ชิ้น พิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกงยังได้นำเอาผลงานชิ้นเอก 13 ชิ้น จากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ประเทศฝรั่งเศส มาจัดแสดงด้วย ในฐานะศูนย์กลางแห่งการผสานวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก เพื่อการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจากนานาชาติ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่คุ้มค่าสำหรับ Key Staff ที่ได้โอกาสไปเยี่ยมชมวัตถุหายากที่ไม่ได้เห็นกันได้ง่าย ๆ
นอกจากจัดแสดงโชว์งานศิลปะ และโบราณวัตถุหายากแล้วนั้น ยังมีกิจกรรมอย่างเช่น การวาดพู่ และมีวิวมุมอ่าวให้ได้ถ่ายภาพอีกด้วย
Symphony of Lights การแสดงโชว์แสงสีเสียงริมอ่าว
การแสดงดนตรีและแสงสีที่เป็นเอกลักษณ์ของฮ่องกง Symphony of Lights การแสดงดนตรีและแสงมัลติมีเดียระดับโลกที่อ่าววิคตอเรีย เป็นการโชว์แสงสีจากอาคารที่ทันสมัยกว่า 40 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ภายใต้ทัศนียภาพที่เป็นภูเขา และมีทิวทัศน์อันงดงาม เป็นเอกลักษณ์และสีสันอย่างหนึ่ง ที่คนไปเที่ยวฮ่องกงพลาดไม่ได้
รวมถึงคณะ Key Staff ทั้ง 17 ท่านที่ได้เพลิดเพลินกับการแสดงแสงสีในขณะที่ดื่มด่ำกับทิวทัศน์ยามค่ำคืนอันน่าทึ่งและเส้นขอบฟ้าของฮ่องกง อาคารสำคัญตามแนวชายฝั่งของอ่าววิคตอเรียบนเกาะฮ่องกงจะสว่างไสวด้วยแสงไฟระยิบระยับ เป็นการยิงเลเซอร์ประกอบดนตรี ซาวด์เอฟเฟกต์ และการบรรยายถึงความเจริญรุ่งเรืองของฮ่องกง ซึ่งในวันที่ไปนั้น มีการแสดงบินโดรนอีกด้วย เลยไม่พลาดที่จะพลัดกันแชะภาพสวย ๆ กลับไปกันครบทุกคน
หนึ่งในแลนด์มาร์คฮ่องกง กับ Hong Kong Disneyland
1 ใน 6 ของ Disneyland ทั่วโลก กับ สวนสนุก Hong Kong Disneyland ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น “สถานที่ที่ทำให้มีความสุขที่สุดในโลก” ที่ทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ย้อนวัยนึกถึงวัยเด็กอีกครั้ง เหล่าคณะ Key Staff ก็ไม่พลาดที่จะได้ไปย้อนวัยปล่อยความสนุกสุดเหวี่ยง
Momentous Nighttime Spectacular
การแสดงโชว์ แสง สี เสียง งานโพรดักชันอลังการ แบบไม่สามารถเล่าให้ฟังได้หมดจริง ๆ ต้องไปเห็นด้วยตาเท่านั้น แน่นอนว่ามีหรือที่เหล่าคณะ Key Staff จะพลาด รีบไปจับจองที่นั่งแถวหน้าไม่ว่าอากาศจะหนาวเพียงใดก็ไม่หวั่น ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด กับการแสดงโชว์ที่บอกเล่าเรื่องราว ช่วงเวลา รวบรวมตัวละครดิสนีย์เกือบ 40 เรื่อง พร้อมเอฟเฟกต์แสง สี ที่ฉายภาพ เลเซอร์ไปบนปราสาท และเพลงเอกลักษณ์อย่าง Love the Memory ปิดท้ายวันอย่างสวยงาม ประทับใจด้วยพลุสุดอลังการ บอกเลยว่าคุ้มค่ามากจริง ๆ
และที่ขาดไม่ได้เรื่องขึ้นชื่อเมื่อไปฮ่องกงในด้านสายมู โดยครั้งนี้มีไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวไหว้พระ 3 วัดดัง เสริมความเฮง เนื่องจากฮ่องกง เป็นแหล่งรวมสถานที่สำคัญทางศาสนา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งดึงดูดคนจากทั่วทุกมุมโลก เข้ามาสัมผัสบรรยากาศความขลัง ขอพรให้สมหวังทั้งเรื่องการงาน การเงิน
เจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำ (Kun Im Temple Hung Hom)
วัดเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำ (Hung Hom Kwun Yum Temple) ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นวัดที่มีความเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งในฮ่องกง ตั้งอยู่ในย่านฮ่องฮำ (Hung Hom) ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1873 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบวัดจีนดั้งเดิม และยังมีพิธีตามความเชื่อของคนจีนใน ฮ่องกง – มาเก๊า ซึ่งโชคมากที่คณะได้เดินทางไปในเดือนเปิดทรัพย์พอดี
วัดแชกงหมิว (Che Kung Temple)
เป็นวัดเล็ก ๆ ที่เก่าแก่ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงท่านแชกง นักรบผู้ซึ่งปกป้องจักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งราชวงค์ซ่งให้อยู่รอดปลอดภัย โดยทางการฮ่องกงได้อนุรักษ์ไว้ให้เป็นโบราณสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเกาะฮ่องกง โดยวัดแห่งนี้เป็นที่กล่าวขานเล่าลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ ว่าสามารถพัดพาสิ่งที่ไม่ดีออกจากตัว และนำความโชคดีเข้ามาในชีวิตได้ จนทำให้ผู้ที่เชื่อถือไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหน ๆ ต่างพากันหลั่งไหลกันไปขอพรกันไม่ขาดสาย รวมถึงคณะ Key Staff ที่ได้ไปสักการะขอพร หมุนกังหัน พร้อมซื้อเครื่องรางกลับไปมูกันล้นมือ
วัดเจ้าแม่กวนอิมริมทะเล ทินหัว Tin Hau Temple Repulse Bay (Kwun Yam Shrine)
ตั้งอยู่บริเวณอ่าวรีพัลส์เบย์ เป็นสถานที่สำคัญอยู่คู่ฮ่องกงมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อคุ้มครองชาวประมงในการออกเรือไปหาปลา ซึ่งเป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดของฮ่องกง บริเวณวัดจะมีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายของวัด
Freestyle : Shopping Street , Mongkok
มงก๊ก ฮ่องกง ตั้งอยู่บนฝั่งเกาลูน นับว่าเป็นย่านช้อปปิ้งที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งในฮ่องกง เรียกว่าเวลาใครมา ทัวร์ฮ่องกง ต้องได้มาช้อปปิ้งหาของถูกที่นี่ ย่าน มงก๊ก ฮ่องกง เต็มไปด้วยสีสัน ความมีชีวิตชีวาของร้านค้าและผู้คนที่มาเดินช้อปปิ้งกันอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งถนนบางเส้นจะขายของประเภทเดียวกันทั้งหมด ทำให้นักช้อปสะดวกในการเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น
Central Area & Hollywood Road
สตรีทอาร์ท Hollywood Road ย่านเซ็นทรัล (Central) ที่นอกจากจะเป็นศูนย์กลางธุรกิจโดยเฉพาะด้านการเงินแล้ว ยังถูกจัดให้เป็นถนนเท่ที่สุด เป็นอันดับ 2 ของโลก ในปี 2024 ด้วย ซึ่งความติส ความฮิปของย่านนี้ จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับกราฟิตี้และสตรีทอาร์ทอยู่ โดยสามารถเดินชมงานศิลป์ได้ พร้อมกับการถ่ายภาพชิค ๆ เป็นเอกลักษณ์ของตึกที่ไม่เหมือนใคร
The Peak Tram & Sky Terrace 428 จุดชมวิวสุดตระการตาแห่งฮ่องกง สัมผัสประสบการณ์วิวพาโนรามาบนจุดสูงสุดของเมือง
The Peak Tram & Sky Terrace 428 เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนฮ่องกง จุดชมวิวแห่งนี้เปิดโอกาสให้ได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันงดงามของเมืองในช่วงเวลาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลางวัน พลบค่ำ หรือยามค่ำคืน
ตำนานกว่า 130 ปี The Peak Tram หนึ่งในเส้นทางรถรางที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1888 และเพิ่งได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ โดยตู้โดยสารรุ่นที่ 6 ถูกออกแบบให้มีหน้าต่างพาโนรามาขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมสีเขียวย้อนยุคที่ระลึกถึงรุ่นคลาสสิกในอดีต การเดินทางจากระดับ 33 เมตร สู่ระดับ 396 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ภายในเวลาเพียง 6 นาที เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด
ในการปรับโฉมใหม่ เพิ่มความสะดวกสบายและความบันเทิง นอกจากการอัปเกรดระบบขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานแล้ว เดอะพีคยังเพิ่ม 5 โซนประสบการณ์ใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ได้แก่
1. Eye of Infinity – จุดชมวิวสุดล้ำ
2. The Beating Heart – งานศิลปะที่มีชีวิต
3. An Icon is Born – เรื่องราวแห่งตำนาน
4. Once Upon a Tram – ย้อนอดีตเส้นทางรถราง
5. Go Wild at the Peak – ธรรมชาติและความสนุกในแบบใหม่
เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต
ร้านเด็ดร้านดังรวมถึงร้านอาหารระดับมิชลินที่เหล่าคณะ Key Staff ได้ลิ้มลองความอร่อย
Lau Sum Kee (บะหมี่ไข่กุ้ง มิชลิน บิบ กูร์มองด์ 2024)
Lau Sum Kee ร้านเก่าแก่ยอดฮิตในย่าน ซัมซุยโป (Sham Shui Po) ซึ่งคนท้องถิ่นรู้จักกันดี นักท่องเที่ยวจีน ก็มากันเยอะมาก ในย่านนี้มีถึง 2 สาขา จุดเด่น ที่ทำให้ลูกค้าแวะเวียนเข้ามาตลอดวันคือ ความอร่อย ในราคาท้องถิ่น และบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง
ส่วนเมนูที่ไปแล้วต้องสั่งคือ บะหมี่ไข่ เหนียวกรุบ ๆ ใช้เทคนิคการลวกเส้นแบบ อัลเดนเต้ (al dente) วิธีการลวกเส้นบะหมี่ในสไตล์ฮ่องกง ตัวเส้นเมื่อลวกแล้ว จะนำไปปรุงรส และราดด้วย ไข่กุ้งปรุงรสอบแห้ง
ตลาด Haiphong Road
ตั้งอยู่กลางจิมซาจุ่ย หลังตึก Silver cord และไม่ไกลจากห้าง ห้าง Harbour City เดินประมาณ 1 นาทีถึง ภายในตลาด นอกจากจะขายของสดแล้ว ยังมีศูนย์อาหารขนาดย่อม เป็นที่ฝากท้องของคนฮ่องกงอย่างแท้จริง เพราะราคาดีในระดับหาไม่ได้จากร้านไหนในละแวกเดียวกัน ซึ่งคณะก็ได้ไปลิ้มลองหมูทอดแบบสไตล์ฮ่องกงกันอย่างเอร็ดอร่อย
Yung Kee Roast Goose Restaurant
สัมผัสรสชาติอาหารเช้าสไตล์ฮ่องกงระดับตำนาน
Master Congee
โจ๊กแสนอร่อย เมล็ดข้าวเนียนละเอียด เนื้อโจ๊กสุดละมุน อยู่ในย่านจิมซาจุ่ย โจ๊กมีให้เลือกเครื่องเพิ่มตามเมนูหลากหลาย แต่ที่ขึ้นชื่อคือโจ๊กตับ
Dim Dim Sum ติ่มซำนึ่งสดสไตลฮ่องกง (รางวัลระดับ Michelin Guide)
ร้าน “ติ่มซำ” เจ้าดังแห่งหนึ่งของฮ่องกงในโซน Mong Kok และ Jordan ที่มีความโดดเด่นในการนำเสนอเมนูติ่มซำแบบต้นตำรับฮ่องกงที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพทั้งรสสัมผัสของแป้งและไส้ต่าง ๆ ซึ่งทำออกมาได้เด้งฉ่ำมาก ๆ และความสะใจตรงไส้ที่ใหญ่แบบไม่มีกั๊ก โดยเฉพาะกุ้งที่ให้มาแบบเต็ม ๆ คำ
Yung Kee (Roasted duck & pork) (รางวัลระดับ Michelin Guide)
ภัตตาคาร Yung Kee ร้านเก่าแก่ มีชื่อมานาน ตั้งแต่สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ Michelin Guide 8 ปีซ้อน ปัจจุบันอยู่ในระดับ Bib Gourmand เมนูดังได้แก่ ห่านย่าง หมูย่าง เป็ดย่าง (ร้านต้นตำรับของ Kam’s Roast Goose ได้มิชลิน ณ ปัจจุบัน)
Red Tea Café
ร้าน Breakfast & Afternoon Tea อาหารเช้าฮ่องกง ไตล์สไตล์ “ฉ่า-ช้าน-แท้ง” (Cha Chaan Teng) ยอดฮิต มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยเมนูอาหารที่หลากหลาย รสชาติอร่อย ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง และมีคนรอต่อแถวตั้งแต่เช้า
Cheung Hing Kee (รางวัลระดับ Michelin Guide)
ร้านเด็ดฮ่องกงมีหลายสาขา โดยแต่ละสาขาจะมีความเชี่ยวชาญในอาหารที่แตกต่างกันไป ซึ่งสาขาที่เราไปนี้ ขึ้นชื่อเรื่องเสี่ยวหลงเปา ซาลาเปาทอดในสไตล์เสี่ยวหลงเปาเจ้าดัง (รางวัลระดับ Michelin Guide) ทอดแบบจี่ในกะทะ พอให้แป้งด้านนอกกรอบเล็กน้อย มีหลายไส้ให้เลือกชิม
HEYTEA
ร้านชานมและเครื่องดื่มชื่อดังจากประเทศจีน เป็นเจ้าแรก ๆ ที่เคยสร้างกระแส ‘กินชาปากเปื้อนชีส’ ไว้ในโลกออนไลน์ โดดเด่นด้วยเมนูชาชีสและเครื่องดื่มผลไม้สด นอกจากนี้ยังสร้างปรากฏการณ์ ในการรอคิวนานกว่า 2 ชั่วโมง อีกด้วย
Bakehouse
ที่ตอนนี้ กำลังฮอตมาก ๆ โดยเมนูชื่อดังที่ขายดีมาก ๆ จากร้าน Bakehouse ก็คือ ทาร์ตไข่ พอได้กินตอนร้อน ๆ บอกเลยว่าฟินมาก อร่อยสมคำล่ำลือ ด้วยแป้ง Sourdough ได้สัมผัสที่กรอบเป็นชั้น ๆ เนื้อคัสตาร์ดไข่เนียนนุ่ม หอมและหวานกำลังดี ซึ่งBakehouse ไม่ได้มีแค่ทาร์ตไข่ ยังมีครัวซองต์ โดนัท คุกกี้และขนมอื่น ๆ เครื่องดื่มต่าง ๆ อีกเพียบ
Vission Bakery ร้านเบเกอรี่มาแรงที่สุดชั่วโมงนี้ คาเฟ่ขนมปังสไตล์ฮ่องกง ที่คนรักเบเกอรี่ต้องมา
Vision Bakery เป็นร้านเบเกอรี่ชื่อดังในฮ่องกงที่โดดเด่นด้วยขนมปังโฮมเมดสดใหม่ทุกวัน ด้วยความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการทำ ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบคุณภาพ ไปจนถึงการอบขนมให้ได้เนื้อสัมผัสที่สมบูรณ์แบบ จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในร้านเบเกอรี่ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม
มาถึงฮ่องกงทั้งทีคณะ Key Staff ก็ไม่พลาดที่จะได้ลองนั่งรถรางย้อนยุคไปใน ค.ศ. 1920 เป็นรถ 2 ชั้น เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์แบบคลาสสิกของฮ่องกง พร้อมกับเดินงทางไปซื้อ Jenny Bakery Cookies คุกกี้เจ้าดัง การันตีความอร่อยด้วยแถวที่ยาวเหยียด มีทั้งหมด 2 สาขา Jenny Bakery Tsim Sha Tsui และ Jenny Bakery Sheung Wan ซึ่งคณะก็นั่งรถบัสรางไปลงซื้อคุกกี้ที่สาขา Sheung Wan คณะก็จัดหนักจัดเต็ม หิ้วมาเป็นของฝากกันอย่างเต็มไม้เต็มมือ
ขากลับ คณะได้เดินทางด้วย Airport Express รถไฟความเร็วสูง ที่ทำให้การเดินทางจากใจกลางเมืองสู่สนามบินฮ่องกง (Hong Kong Airport) เป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องห่วงเรื่องจราจรรถติด โดยรถไฟจะคอยบริการคุณทุก 10-12 นาทีและใช้เวลาเดินทางแค่ 24 นาทีเท่านั้น
กิจกรรมสนุก ๆ กระชับความสัมพันธ์
ทริปนี้นอกจากได้ท่องเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ ยอดฮิตของฮ่องกงแล้วนั้น ยังมีให้คณะได้ทำกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อการชับมิตร สร้างความสัมพันธ์อันดีด้วยการเล่นเกมส์ทายคำ ริมอ่าว หลังจากการชมพิพิธภัณฑ์ Hong Kong Palace Museum เป็นกิจกรรมส่วนรวมอย่างหนึ่งที่ต้องมีการแบ่งทีม ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมนั้นร่วมกัน ท่ามกลางลมทะเลที่พัดเข้ามา และอากาศที่เย็นลงเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่ประทับใจคือ ได้เห็นทุกคนเล่นเกมส์ร่วมกัน ได้หัวเราะ ได้ช่วยเหลือกัน ซึ่งหาดูไม่ได้จากที่ไหน ทั้งหนาว ทั้งสนุก หลายอารมณ์ในช่วงเวลานั้น
ภาพบรรยากาศอื่น ๆ
ในการเดินทางไปทัศนศึกษา ณ ฮ่องกง 4 วัน 3 คืนของ โครงการ DHARMNITI KEY STAFF 2024 นี้เป็นกิจกรรมที่ปิดท้ายโครงการ ซึ่งการเดินทางไปฮ่องกงนั้น นับว่าเป็นสถานที่ที่มีคาแรคเตอร์เมืองโดดเด่น ทางด้านสถาปัตยกรรม ท่ามกลางตึกน้อยใหญ่มากมาย ทำให้ฮ่องกงมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร และยังมีสิ่งใหม่ ๆ ให้ได้เปิดประสบการณ์ อาทิ สถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรมทางด้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ พิพิธภัณฑ์ ต่าง ๆ ที่ให้ได้เรียนรู้เพิ่มเติม และไม่ใช่แค่นั้นทริปนี้ยังมอบความสุข สนุก รอบยิ้ม และเสียงหัวเราะให้กับคณะ แต่ไม่ใช่เพียงเท่านั้นเหล่า Key Staff ยังได้มิตรภาพอันดีกับเพื่อนร่วมงานต่างสัดกัด พร้อมกลับมาอีกด้วย